โครงการค่ายอบรมความรู้วิทยาศาสตร์ทางทะเล

เวลาที่นึกถึงเรื่องทะเลคนส่วนใหญ่ก็มักจะนึกถึงเรื่องของการท่องเที่ยว การได้มีโอกาสชมสัตว์หรือสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลต่างๆ เป็นความสวยงามที่ไม่ได้จะหากันได้บ่อยๆ สำหรับสิ่งเหล่านี้ แต่อันที่จริงแล้วเมื่อพูดถึงเรื่องทะเลยังคงมีอีกหลายๆ เรื่องที่ควรต้องทำความเข้าใจไม่ใช่แค่เรื่องของการท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นเรื่องเกี่ยวกับความรู้ความเข้าใจในวิทยาศาสตร์ทางทะเลที่มีมากกว่าแค่ความสวยงามและความสนุกสนานที่ได้ไปสัมผัสท้องทะเลเหล่านี้ ด้วยเหตุนี้โครงการค่ายอบรมความรู้วิทยาศาสตร์ทางทะเลจึงเป็นโครงการที่จะทำให้ผู้เข้าร่วมโครงการทุกคนได้เข้าใจและรู้จักกับสิ่งที่เรียกว่าทะเลมากขึ้นอีกด้วย โครงการค่ายอบรมความรู้วิทยาศาสตร์ทางทะเล โครงการดีๆ สำหรับท้องทะเล โครงการค่ายอบรมความรู้วิทยาศาสตร์ทางทะเลเป็นโครงการที่จัดขึ้นมาอย่างต่อเนื่องยาวนานโดยในปี 2560 นี้ถือว่าเป็นครั้งที่ 37 แล้วที่ได้มีการจัดโครงการดีๆ โครงการนี้ขึ้นเป็นประจำทุกปี นั่นแสดงให้เห็นว่าการทำความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องของวิทยาศาสตร์ทางทะเลยังคงเป็นสิ่งที่ได้รับความสนใจอยู่เสมอมาไม่มีเปลี่ยนแปลง ในปีนี้มีการจัดโครงการค่ายอบรมความรู้วิทยาศาสตร์ทางทะเลขึ้นในช่วงระหว่างวันที่ 25-29 พฤษภาคม โดยใช้ชื่อว่า Save Our Sea Keep Our Lives สำหรับค่ายอบรมความรู้วิทยาศาสตร์ทางทะเลหรือที่รู้จักและเรียกกันติดปากว่า Marine Camp ได้เริ่มต้นจัดขึ้นเป็นครั้งแรกมาตั้งแต่ปี 2523 โดยชมรมพิทักษ์ทะเล เป็นการดำเนินงานโดยนิสิตนักศึกษาภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีจุดประสงค์เพื่อต้องการเผยแพร่ความรู้ทางด้านวิชาการ และความรู้ทั่วๆ ไปเกี่ยวกับเรื่องของท้องทะเลให้กับผู้ที่สนใจได้รับรู้ มุ่งเน้นในด้านการปูพื้นฐานเกี่ยวกับการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล ถือว่าเป็นค่ายอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลค่ายแรกที่เกิดขึ้นในประเทศไทยด้วย นอกจากนี้ยังถือว่าเป็นค่ายต้นฉบับสำหรับการจัดค่ายอนุรักษ์ประเภทอื่นๆ ในเวลาต่อมา จากสิ่งเหล่านี้ทำให้มองเห็นได้ว่าการที่โครงการดีๆ สามารถยืนหยัดมาได้กว่า 30 ปีย่อมไม่ใช่เรื่องธรรมดา กลุ่มเป้าหมายหลักของโครงการค่ายอบรมความรู้วิทยาศาสตร์ทางทะเลคือเหล่าบรรดาน้องๆ นักเรียนช่วงมัธยมปลายคือตั้งแต่ ม.4-ม.6 วัตถุประสงค์หลักๆ ก็ต้องการให้ความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องในด้านสภาพแวดล้อมทางทะเลพร้อมกันนี้ยังต้องการให้ตระหนักถึงสภาพแวดล้อมปัจจุบันของท้องทะเลไทยด้วย เมืองไทยได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่ท้องทะเลสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของโลกมันคงจะดีมากๆ […]

โครงการเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าในสถานีเพื่อคืนสู่ธรรมชาติ

ในอดีตในสมัยทียังไม่ได้มีกฎหมายออกมาเกี่ยวกับการคุ้มครองสัตว์ป่า สิ่งที่ทำให้สัตว์ป่าหลายชนิดสูญพันธ์ก็ไม่ใช่ใครที่ไหนนอกจากฝีมือของมนุษย์อย่างเราๆ ที่ออกล่าสัตว์เพื่อเอามาใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆ มากมาย จนสัตว์ป่าในประเทศไทยค่อยๆ ลดจำนวนลงอย่างรวดเร็วหรือขนาดว่าสัตว์ป่าบางชนิดทุกวันนี้เราไม่สามารถพบเห็นได้ในประเทศไทยแล้ว เช่น สมัน หรือสัตว์ป่าบางชนิดก็เหลือน้อยลงทุกที แม้ว่าปัจจุบันจะมีเรื่องของกฎหมายเกี่ยวกับการคุมครองสัตว์ป่าออกมาแต่ก็ยังมีผู้คนในหลายพื้นที่แอบลักลอบออกล่าสัตว์ป่าแล้วอ้างว่าใช้เพื่อการดำรงชีพอยู่ ด้วยเหตุนี้เองทำให้ต้องมีการเกิดเป็นโครงการเพาะพันเลี้ยงสัตว์ป่าในสถานที่เพื่อคืนสู่ธรรมชาติขึ้น โครงการเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าในสถานีเพื่อคืนสู่ธรรมชาติ โครงการดีๆ เพื่อสัตว์ป่า โครงการเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าในสถานีเพื่อคืนสู่ธรรมชาติเป็นโครงการที่เกิดขึ้นมาเพื่อวัตถุประสงค์หลักในการนำสัตว์ป่าที่ใกล้สูญพันธ์เต็มทีมาเพาะเลี้ยงเอาไว้ในพื้นที่บริเวณที่เป็นสถานที่ที่เป็นโครงการเพาะเลี้ยง จากนั้นเพื่อจำนวนสัตว์ป่าเหล่านี้สามารถเพิ่มจำนวนขึ้นมาได้แล้วก็จะมีการปล่อยสัตว์ป่าคืนสู่ผืนป่าเพื่อให้ไปอยู่กับธรรมชาติต่อไป โดยในแต่ละพื้นที่ก็จะมีการจัดสถานีสำหรับการเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเหล่านี้กระจายกันอยู่ทั่วประเทศไทยขึ้นอยู่กับว่าบริเวณพื้นที่ใดมีสัตว์ป่าชนิดไหนที่ใกล้สูญพันธ์ก็จะมีการนำมาเพาะเลี้ยง ในแต่ละครั้งที่มีการปล่อยสัตว์ป่าคืนสู่ธรรมชาติจะมีจำนวนหลายร้อยตัวเป็นการบ่งบอกว่าสัตว์ป่าเหล่านี้ยังคงมีคุณค่าและจำเป็นต้องอนุรักษ์เอาไว้อย่าให้ใครมาทำให้พวกมันต้องล้มหายตายจากหมดสิ้นในแผ่นดินไทยของเรา สัตว์ป่าที่มักถูกนำมาเพาะเลี้ยงในสถานีคือสัตว์ป่าหายากใกล้สูญพันธ์ อาทิ กวางป่า, เนื้อทราย, ละอง, ละมั่ง, เก้ง เป็นต้น ต้องยอมรับว่าสัตว์เหล่านี้คือสัตว์ที่หาดูได้ยากเต็มทีตามธรรมชาติของประเทศไทยนั่นจึงทำให้ต้องมีการอนุรักษ์และเพาะเลี้ยงให้เพิ่มจำนวนขึ้น สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับการช่วยกันดูแลรักษาสัตว์ป่าเหล่านี้ก็คือคนเราที่ต้องเข้าใจว่าปัจจุบันธรรมชาติคือสิ่งที่เราจำเป็นต้องรักษาเอาไว้ให้ดีที่สุด ไม่อย่างนั้นเมื่อธรรมชาติขาดหายไปสิ่งที่จะแย่ตามมาก็คือการใช้ชีวิตของคนเรานั่นเอง สัตว์ป่าก็ถือเป็นวัฏจักรอย่างหนึ่งในการอาศัยอยู่ของป่าไม้ หากขาดสัตว์ป่าไปป่าไม้ก็คงจะไม่สมบูรณ์แบบ กรหยุดล่าสัตว์ป่าจากกลุ่มคนที่ยังทำอยู่จึงเป็นเรื่องที่ต้องควรทำไม่อย่างนั้นในอนาคตนอกจากจะไม่เหลือสัตว์ป่าให้ดูแล้วยังอาจเกิดวิกฤติที่คาดไม่ถึงได้

เชิญชวนเข้าร่วมโครงการ ช่วยกันปลูกป่าช่วยชาติ

ป่าไม้ถือเป็นสิ่งที่ล้ำค่าที่สุดอันดับต้นๆ ของโลกใบนี้เลยก็ว่าได้ โดยเฉพาะในประเทศไทยที่ถือว่าเป็นพื้นที่ที่ค่อนข้างจะอุดมสมบูรณ์อย่างมากทั้งจากพืชพันธุ์ต่างๆ และป่าเขา ต้นไม้ ลำธาร เรียกว่าหลายๆ ประเทศต่างก็อิจฉาคนไทยอย่างมากที่มีทรัพยากรในด้านต่างๆ ครบครันขนาดนี้ แต่ด้วยความครบครันที่ว่านี้เองมันก็เหมือนกับเป็นดาบสองคมที่ทำให้คนไทยซึ่งไม่ได้ใส่ใจกับความอุดมสมบูรณ์ตรงนี้เลือกที่จะใช้ประโยชน์จากป่าไม้แบบผิดๆ โดยที่ไม่สนว่าใครจะได้รับผลกระทบบ้าง การตัดไม้ทำลายป่าได้เริ่มขึ้น การล่าสัตว์ป่าได้เกิดขึ้น รวมไปถึงการแผ้วถางป่าเพื่อใช้ในการทำประโยชน์ส่วนตัวอื่นๆ สิ่งเหล่านี้นับได้ว่าเป็นสิ่งที่ทำลายป่าไม้ในประเทศไทยให้หายไปได้ภายในชั่วพริบตาจริงๆ จึงไม่แปลกที่ทุกวันนี้เรามักจะเห็นว่าประเทศไทยเวลามีฝนตกหนักก็มักจะเกิดปัญหาน้ำท่วมหรือน้ำป่าไหลหลาก เนื่องจากว่าไม่มีต้นไม้ที่คอยชะลอและกักเก็บมวลน้ำที่ไหลลงมาสู่ผืนดิน ยังไม่รวมไปถึงสภาวะต่างๆ ที่อาจจะมองไม่เห็น อาทิ ภาวะเรือนกระจกที่โลกนั้นร้อนขึ้นทุกวันจากการที่ไม่มีต้นไม้ค่อยผลิตออกซิเจน และปัญหาอื่นๆ อีกมากมายที่สร้างผลกระทบให้กับมนุษย์ผู้ที่อยู่อาศัยบนโลกใบนี้ หากคุณเองเป็นคนหนึ่งที่กำลังคิดว่ายังต้องการที่จะอยู่บนโลกด้วยอากาศบริสุทธิ์ต่อไปมันจึงถือเวลาแล้วที่เราทุกคนจำเป็นต้องร่วมมือกันเพื่อทำให้ป่าไม้ของไทยกลับมาเป็นป่าที่มีความเขียวขจีเหมือนเดิม การเริ่มต้นที่ง่ายที่สุดก็คือว่าการลองเข้าร่วมโครงการอย่าง ช่วยกันปลูกป่าช่วยชาติ ดู เพียงแค่ต้นกล้าเล็กๆ คนละต้นในอนาคตมันจะกลายเป็นต้นไม้ขนาดใหญ่ที่คอยบดบังร่มเงาให้กับผู้ที่ต้องการ คอยป้องกันน้ำป่าที่ไหลลงมาเพื่อเตรียมทำร้ายคนด้านล่าง เพราะถ้าเราไม่เริ่มตั้งแต่วันนี้ก็ยังไม่รู้เหมือนกันว่าจะเริ่มต้นได้เมื่อไหร่ หรือบางทีอาจจะไม่มีวันนั้นเลยก็เป็นฯได้เช่นเดียวกัน การอยู่ร่วมกับธรรมชาติถือว่าเป็นสิ่งที่ควรกระทำสำหรับทุกๆ คน และอะไรที่สามารถช่วยให้ธรรมชาติกลับมามีความงดงามและมีประโยชน์ต่อส่วนรวมดังเดิมอีกก็ควรจะทำ   ลองนึกภาพไปให้ไกลมากๆ หากวันใดวันหนึ่งประเทศไทยหมดซึ่งป่าไม้ขึ้นมา เมื่อนั้นเราๆ ท่านๆ เองก็คงจะยืนอยู่ต่อไปไม่ได้อย่างแน่นอน การร่วมมือกันคนละเล็กคนละน้อยถือว่าเป็นการสร้างอายุให้กับประเทศไทย ให้กับโลก และให้กับตัวเราเองที่จะได้อยู่สูดอากาศบริสุทธิ์กันต่อไปในอนาคต