ประวัติและสถานที่ท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติลำคลองงู (ถ้ำเสาหิน ถ้ำนกนางแอ่น ถ้ำเวิลด์คัพ ถ้ำน้ำตก ถ้ำทิพุเชะ)

กาญจนบุรีเป็นอีกจังหวัดหนึ่งที่ขึ้นชื่อว่ามีสถานที่ท่องเที่ยวอันน่าสนใจมากมายให้นักท่องเที่ยวได้สนุกสนานไปกับการผจญภัยต่างๆ มากมายชนิดที่เรียกได้ว่าหลายๆ คนต้องจดจำกันเลยทีเดียว สถานที่บริเวณหนึ่งที่ถือว่าเป็นไฮไลท์ในการมาท่องเที่ยวกาญจนบุรีก็คือ การท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติลำคลองงู ภายในพื้นที่นี้จะมีสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ มากมายให้นักท่องเที่ยวได้ผจญภัยกันอย่างสุดเหวี่ยงรับรองว่าต้องประทับใจอย่างแน่นอน รู้จักประวัติอุทยานแห่งชาติลำคลองงู อุทยานแห่งชาติลำคลองงูตั้งอยู่ที่ อ.ทองผาภูมิ กาญจนบุรี กำเนิดมาจากลำห้วยที่ไหลวกวนกัดเซาะเพิงเทือกเขาหินปูนบนพื้นที่สลับซับซ้อนกลางผืนป่า ทำให้เกิดเป็นโพรงถ้ำที่มีขนาดใหญ่อยู่หลายแห่ง รวมกับการสะสมของตะกอนหินปูนทีมีมาอย่างยาวนานเกิดเป็นหินงอกหินย้อยและประติมากรรมอันสวยงามจากธรรมชาติมากมาย ทำให้ภายในอุทยานแห่งชาติลำคลองงูแห่งนี้มีถ้ำน้อยใหญ่อยู่เต็มไปหมด และเราจะพาไปรู้จักกับถ้ำแต่ละที่กันว่าเป็นอย่างไรบ้าง ถ้ำเสาหิน ถือเป็นสัญลักษณ์ของอุทยานแห่งชาติลำคลองงู พึ่งมีการเปิดเผยได้ราว 10 กว่าปีที่ผ่านมานี้เอง ภายในจะพบกับถ้ำที่ผสมกับหินปูนหยอดย้อยลงมาเป็นเวลานับล้านๆ ปี ก่อตัวเป็นเสาหินอันแสนงดงามราวกลีบดอกไม้ที่เตรียมเบ่งบานเป็นแท่งยาวสูงจรดเพดานถ้ำ เมื่อวัดขนาดดูแล้วเสาหินปูนธรรมชาติที่ก่อตัวขึ้นมาจนถึงเพดานถ้ำสูงถึง 62.5 เมตร เลยทีเดียว ถือเป็นสถิติความสูงที่สุดในโลกด้วย ถ้ำนกนางแอ่น ปากถ้ำจะคล้ายกับหน้าต่างของถ้ำ ใช้เวลาในการเดินเข้าไปค่อนข้างไกล ต้องฝ่ากระแสน้ำเข้าไปในถ้ำที่มืดสนิท ต้องเดินทางเข้าไปทางล้ำห้วยลำคลองงูแล้วลอยตัวไปกับชูชีพ หรือบางจังหวะถ้าหากกระแสน้ำแรงก็ต้องมาเดินลัดเลาะแทน แต่เมื่อพบแล้วจะเห็นหินงอกหินย้อยที่สวยงาม มีความแปลกตาและใหญ่มาก ถ้ำเวิลด์คัพ เป็นถ้ำที่อยู่ถัดจากถ้ำนกนางแอ่นเข้าไปอีกราวๆ 2 กิโลเมตร ความพิเศษของถ้ำนี้ที่ถูกเรียกว่าถ้ำเวิลด์คัพก็เพราะว่าจะมีความสวยงามที่มองไปเหมือนกับถ้วยฟุตบอลโลก จึงให้ชื่อว่าเป็นถ้วยเวิลด์คัพ ถ้ำน้ำตก เป็นถ้ำที่เปราะบางสูง เพราะในถ้ำยังมีหินงอกหินย้อยที่เติบโตอยู่ หากใครไม่รู้แล้วไปสัมผัสจะทำให้ไม่เจริญเติบโตได้ ปากถ้ำค่อนข้างแคบ เพดานถ้ำเตี้ย บางช่วงต้องใช้การคลาน ต้องระมัดระวังในการเข้าไปอย่างมาก ถ้ำทิพุเชะ เป็นภาษากะเหรี่ยงแปลว่า ถ้ำน้ำลอด ด้วยความชันของปากถ้ำ […]

เชิญชวนเข้าร่วมโครงการ ช่วยกันปลูกป่าช่วยชาติ

ป่าไม้ถือเป็นสิ่งที่ล้ำค่าที่สุดอันดับต้นๆ ของโลกใบนี้เลยก็ว่าได้ โดยเฉพาะในประเทศไทยที่ถือว่าเป็นพื้นที่ที่ค่อนข้างจะอุดมสมบูรณ์อย่างมากทั้งจากพืชพันธุ์ต่างๆ และป่าเขา ต้นไม้ ลำธาร เรียกว่าหลายๆ ประเทศต่างก็อิจฉาคนไทยอย่างมากที่มีทรัพยากรในด้านต่างๆ ครบครันขนาดนี้ แต่ด้วยความครบครันที่ว่านี้เองมันก็เหมือนกับเป็นดาบสองคมที่ทำให้คนไทยซึ่งไม่ได้ใส่ใจกับความอุดมสมบูรณ์ตรงนี้เลือกที่จะใช้ประโยชน์จากป่าไม้แบบผิดๆ โดยที่ไม่สนว่าใครจะได้รับผลกระทบบ้าง การตัดไม้ทำลายป่าได้เริ่มขึ้น การล่าสัตว์ป่าได้เกิดขึ้น รวมไปถึงการแผ้วถางป่าเพื่อใช้ในการทำประโยชน์ส่วนตัวอื่นๆ สิ่งเหล่านี้นับได้ว่าเป็นสิ่งที่ทำลายป่าไม้ในประเทศไทยให้หายไปได้ภายในชั่วพริบตาจริงๆ จึงไม่แปลกที่ทุกวันนี้เรามักจะเห็นว่าประเทศไทยเวลามีฝนตกหนักก็มักจะเกิดปัญหาน้ำท่วมหรือน้ำป่าไหลหลาก เนื่องจากว่าไม่มีต้นไม้ที่คอยชะลอและกักเก็บมวลน้ำที่ไหลลงมาสู่ผืนดิน ยังไม่รวมไปถึงสภาวะต่างๆ ที่อาจจะมองไม่เห็น อาทิ ภาวะเรือนกระจกที่โลกนั้นร้อนขึ้นทุกวันจากการที่ไม่มีต้นไม้ค่อยผลิตออกซิเจน และปัญหาอื่นๆ อีกมากมายที่สร้างผลกระทบให้กับมนุษย์ผู้ที่อยู่อาศัยบนโลกใบนี้ หากคุณเองเป็นคนหนึ่งที่กำลังคิดว่ายังต้องการที่จะอยู่บนโลกด้วยอากาศบริสุทธิ์ต่อไปมันจึงถือเวลาแล้วที่เราทุกคนจำเป็นต้องร่วมมือกันเพื่อทำให้ป่าไม้ของไทยกลับมาเป็นป่าที่มีความเขียวขจีเหมือนเดิม การเริ่มต้นที่ง่ายที่สุดก็คือว่าการลองเข้าร่วมโครงการอย่าง ช่วยกันปลูกป่าช่วยชาติ ดู เพียงแค่ต้นกล้าเล็กๆ คนละต้นในอนาคตมันจะกลายเป็นต้นไม้ขนาดใหญ่ที่คอยบดบังร่มเงาให้กับผู้ที่ต้องการ คอยป้องกันน้ำป่าที่ไหลลงมาเพื่อเตรียมทำร้ายคนด้านล่าง เพราะถ้าเราไม่เริ่มตั้งแต่วันนี้ก็ยังไม่รู้เหมือนกันว่าจะเริ่มต้นได้เมื่อไหร่ หรือบางทีอาจจะไม่มีวันนั้นเลยก็เป็นฯได้เช่นเดียวกัน การอยู่ร่วมกับธรรมชาติถือว่าเป็นสิ่งที่ควรกระทำสำหรับทุกๆ คน และอะไรที่สามารถช่วยให้ธรรมชาติกลับมามีความงดงามและมีประโยชน์ต่อส่วนรวมดังเดิมอีกก็ควรจะทำ   ลองนึกภาพไปให้ไกลมากๆ หากวันใดวันหนึ่งประเทศไทยหมดซึ่งป่าไม้ขึ้นมา เมื่อนั้นเราๆ ท่านๆ เองก็คงจะยืนอยู่ต่อไปไม่ได้อย่างแน่นอน การร่วมมือกันคนละเล็กคนละน้อยถือว่าเป็นการสร้างอายุให้กับประเทศไทย ให้กับโลก และให้กับตัวเราเองที่จะได้อยู่สูดอากาศบริสุทธิ์กันต่อไปในอนาคต

ตระหนักถึงปัญหาของถุงพลาสติก

ถุงพลาสติกส่วนใหญ่ทำขึ้นมาจาก polyethylene สามารถสร้างเป็นรูปทรงต่างๆ ที่ต้องการได้ และมีความคงทนสูง อยากต่อการย่อยสลายตามธรรมชาติ ซึ่งอาจใช้เวลาย่อยสลายด้วยตัวเองตามธรรมชาตินานถึง 500-1,000 ปีเลยทีเดียว จึงนับว่าเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เป็นศัตรูตัวร้ายต่อโลกและภาวะเรือนกระจก การนับถุงพลาสติกกับมาใช้หรือ recycle อีกครั้งนับว่าเป็นเรื่องที่ไม่ส่งผลดีเลย ปัจจุบันเชื่อว่ามีถุงพลาสติกมากกว่า 100 ล้านถุงในแต่ปีเฉพาะประเทศไทย มาดูกันดีกว่าว่าผลเสียอะไรบ้างที่พลาสติกสร้างผลเสียต่อธรรมชาติ แน่นอนว่าสุดท้ายแล้วถุงพลาสติกจะกับไปสู่พื้นดินหรือที่เรียกว่าธรรมชาติ ดังนั้นสุดท้ายแล้วไม่ว่าจะนำถุงพลาสติกไปใช้ในรูปแบบไหนก็ตาม ท้ายที่สุดก็จะส่งผลกระทบต่อธรรมชาติอยู่ดี ไม่ว่าจะทิ้งลงสู่ถังขยะหรือจะพยายามทำลายทิ้งก็ตาม – เป็นอันตรายต่อสัตว์ที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติ – สร้างความเสื่อมโทรมต่อธรรมชาติอย่างรุนแรง – มีส่วนอย่างมากในการทำให้เกิดการอุดตันของน้ำ โดยเฉพาะไปปิดกั้นท่อระบายน้ำ – มีอันตรายต่อระบบนิเวศหลายๆ ด้าน – มีก๊าซที่ก่อให้เกิดภาวะเรือนกระจกหรือโลกร้อน – เมื่อทำการเผาพลาสติกจะมีสารที่ก่อเกิดโรคมะเร็งอย่าง “ไฮโดรคาร์บอน” จึงไม่ใช่เรื่องดีเลยที่ถุงพลาสติกมีการผลิตออกมาอย่างต่อเนื่องและมีจำนวนมากขึ้น ไม่พอต่อการย่อยสลายตามธรรมชาติ เพราะต้องใช้เวลานานถึง 500 ปี เป็นอย่างต่ำ จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้มีการสะสมของถุงพลาสติกมากขึ้นเรื่อยๆ แม้ในปัจจุบันถุงพลาสติกสามารถทดแทนได้ด้วยการหันมาใช้ถุงกระดาษหรือถุงผ้าแล้ว ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องใช้ถุงพลาสติกเป็นจำนวนมากเหมือนแต่ก่อน ดังนั้นหากมนุษย์ใส่ใจในเรื่องของการหลีกเลี่ยงการใช้ถุงพลาสติกจะสามารถช่วยลดขยะมูลฝอยในแต่ละปีได้เป็นจำนวนมาก แนวทางการกำจัดถุงพลาสติก การทำลายถุงพลาสติกมีเพียงแต่ 2 วิธีคือ 1.การฝัง – การฝังเป็นตัวเลือกแรกเสมอในการกำจัดถุงพลาสติก แต่การฝังนั้นจะส่งผลต่อสภาพดินอย่างมาก เนื่องจากต้องฝังกลบดินและต้องใช้เวลาในการย่อยสลายยาวนานเป็นร้อยๆ […]

ฝายชะลอน้ำ อีกหนึ่งวิธีรักษาธรรมชาติ

ฝาย เป็นสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นด้วยฝีมือมนุษย์ ทำไว้สำหรับช่วยกักเก็บน้ำและชะลอการไหลเวียนของน้ำได้ดี ป้องกันน้ำท่วมจากแม่น้ำลำธารได้ดี โดยเฉพาะฤดูฝนที่เสี่ยงต่อกระแสน้ำที่รุนแรง อีกทั้งยังช่วยปกป้องหน้าดินช่วยลดการพังทลายของหน้าดินได้เป็นอย่างดี ปกติเราจะเห็นฝายกั้นน้ำส่วนใหญ่จะถูกสร้างบริเวณ ลำห้วย, ลำธารขนาดเล็กในช่วงต้นน้ำ แถมยังช่วยกักเก็บตะกอนได้อีกด้วย แถมยังช่วยคงความชุ่มชื่นได้เป็นเวลายาวนาน สร้างประโยชน์ต่อสิ่งมีชีวิตพื้นที่มากมาย อย่าง แมลง สัตว์ป่า พันธุ์พืชนานาชนิดได้เป็นอย่างดี พร้อมด้วยกักเก็บน้ำไว้ในใช้งานได้ฤดูแล้งได้เป็นอย่างดีเยี่ยม ประโยชน์ที่ได้จากฝายชะลอน้ำ แน่นอนว่าฝายชะลอน้ำนั้นมีประโยชน์มากมายต่อระบบนิเวศน์และความเป็นอยู่ของทุกสิ่งมีชีวิตบริเวณนั้นๆ อย่างมากมาย รวมถึงเป็นโครงการพระราชดําริที่ทรงคุณค่า สร้างความอุดมสมบูรณ์ดังนี้ 1.ช่วยลดความรุนแรงจากสายน้ำ – ลำธาร 2.ป้องกันหน้าดินให้แข็งแรงและไม่พังทลาย 3.ช่วยกักเก็บน้ำได้เป็นอย่างดี มีน้ำในลำห้วยเยอะขึ้นกว่าไม่มีฝายชะลอ 4.สามารถนำน้ำที่ถูกกักจากฝายชะลอน้ำมาใช้ในหน้าแล้งได้ 5.สร้างความชุ่มชื่น ความอุดมสมบูรณ์ 6.มีความเป็นอยู่ที่ดีต่อสัตว์ที่อาศัยบริเวณนั้น และความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต 7.ฝายชะลอน้ำจะสามารถช่วยกักเก็บตะกอนต่างๆ โดยเฉพาะบริเวณต้นน้ำ ทำให้น้ำใสมากขึ้น คือ 7 ประโยชน์หลักสิ่งที่ได้จากฝายชะลอน้ำ นอกจากนี้ยังมีประโยชน์เล็กๆ น้อยๆ ที่ได้อีกมากมายเช่น การสร้างความชุ่มชื่นจากฝายชะลอน้ำจะช่วยให้ลดความรุนแรงจากเหตุไฟป่าได้อีกด้วย วิธีการสร้างฝายชะลอน้ำง่ายๆ ฝายชะลอน้ำจะใช้วัสดุที่หาได้จากธรรมชาตินั้นๆ แต่จะเริ่มจากการตีไม้และปักเสาระบุตำแหน่งเสียก่อน เช่น บริเวณที่เป็นพื้นดินพื้นทรายก็อาจจะใช้กระสอบทรายวางเรียงเป็นฝาย หรือ บริเวณที่มีหินมากจะใช้หินวางเรียงตัวกันเป็นแนวฝายเป็นต้น ทั้งนี้ขนาดของฝายจะแตกต่างกันไม่แน่นอน เนื่องจากขึ้นอยู่กับขนาดของลำธารและลำห้วยที่ต้องการสร้างฝายชะลอน้ำ

ประโยชน์ของป่าชายเลนและเหตุผลที่ต้องอนุรักษ์

หลายคนคงเคยได้ยินกับการปลูกป่าชายเลนบ่อยครั้ง เนื่องจากมีโครงการปลูกป่าชายเลนหรือกิจกรรมปลูกป่าชายเลนให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง ดังนั้นหลายคนคงสงสัยว่าการปลูกป่าชายเลนมีความจำเป็นขนาดไหนและมีประโยชน์อย่างไร ทำไมถึงต้องสร้างกิจกรรมปลูกป่าชายเลนบ่อยครั้งนัก ซึ่งแน่นอนการขึ้นชื่อว่า “ปลูกป่า” นั้น จะต้องมีแต่ประโยชน์ต่อระบบนิเทศและธรรมชาติอย่างแน่นอน เพียงแต่ว่าการปลูกป่าแต่ละประเภทจะให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันออกไปดังนั้นมาดูประโยชน์ของการปลูกป่าชายเลนดีกว่าว่าให้ประโยชน์ด้านอะไรบ้าง  สิ่งที่ได้จากการปลูกป่าชายเลน ป่าชายเลน มีความสำคัญมากมายและทรงคุณค่าต่อการอย่างมาก ให้ทรัพยากรที่มีคุณค่าอย่างมากมายนับไม่ถ้วน มีส่วนประกอบทางธรรมชาติอย่างมหาศาลภายในประเทศ ดังนั้นการปลูกป่าชายเลนจะมีแต่ทรัพยากรทรงคุณค่ามากมายนับไม่ถ้วน จึงไม่แปลกใจเลยว่าเหตุใดทำไมถึงมีการรณรงค์ปลูกป่าชายเลนหรือมีอีกชื่อว่า “ป่าโกงกาง” บ่อยครั้ง – ป่าชายเลนจะกลายเป็นแหล่งอาหารให้แก่สัตว์ที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้น สิ่งหนึ่งที่แน่นอนที่จะได้จากไม้ป่าชายเลนก็คือ แหล่งอาหารที่ได้จากเศษไม้หรือใบไม้ที่ร่วงหลนจนกลายเป็นโปรตีนสำหรับสัตว์ที่อาศัยในบริเวณนั้นๆ เช่น ปู, หอย, ปลา ไปจนถึงกุ้งและหนอน ดังนั้นหากขาดซึ่งป่าชายเลนอาจทำให้แหล่งอาหารสำหรับสัตว์น้ำจำพวกนี้คาดแคลนอย่างแน่นอน – ป่าชายเลนเป็นแหล่งอนุบาลตัวอ่อนของสัตว์หลากหลายชนิด นอกจากว่าเป็นแหล่งอาหารสำคัญของสัตว์ที่อาศัยบริเวณยังจะเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์ต่างๆ อีกด้วย จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ส่งผลถึงเศรษฐกิจต่อชุมชนและต่อประเทศอย่างมากมาย เช่น อนุบาลตัวอ่อนของ กุ้งกุลาดำ กุ้งแชบ๊วย หอยนางรม หอยแครง หรือ ปลากะพงขาว ปลากระบอก ปูม้า ปูแสม  เป็นต้น – ป่าชายเลนเป็นส่วนสำคัญในการป้องกันหน้าดินพังทลายบริเวณชายฝั่งทะเล การป้องกันและชะลอความเร็วของกระแสน้ำที่กระทบชายฝั่งจะช่วยให้หน้าดินมีความแข็งแรง เนื่องจากตะกอนต่างๆ ที่มาพร้อมกับกระแสน้ำที่พัดเข้ามาบริเวณชายฝั่งของป่าชายเลน จนเกิดเป็นการทับถมของดิน ทำให้เกิดหน้าดินใหม่ และเมื่อใช้ระยะเวลานานมากขึ้นก็จะแพร่ขยายลงบนบริเวณทะเลเป็นอันเรียกว่า “หาดเลน” นั่นเอง […]

การอนุรักษ์ปะการังที่นักท่องเที่ยวอย่างเราก็ทำได้

ปัจจุบันปะการังบนน่านน้ำทะเลกำลังได้รับผลกระทบอย่างมากอย่าง โดยเฉพาะในแหล่งท่องเที่ยว เพราะอย่างที่ทราบกันดีว่าปะการังนั้นมีความสวยงามและเป็นสิ่งที่อยู่คู่ใต้ท่องทะเลอย่างขาดไม่ได้ ปะการังจึงมีความจำเป็นต่อสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ภายใต้ทะเลสีฟ้าอันกว้างขวาง เรียกได้ว่าจุดใดบนผืนทะเลมีปะการังที่อุดมสมบูรณ์จุดนั้นจะมากด้วยทรัพยากรธรรมชาติพร้อมระบบนิเวศที่ดีตามมา ดังนั้นหากใครที่อยากให้ทะเลที่สวยงามของเรายังคงเต็มไปด้วยความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ ให้เริ่มจากการดูแลรักษาแนวปะการังกันเสียก่อน 5 วิธีแสนง่ายที่นักท่องเที่ยวอย่างเราควรปฏิบัติ 1.ไม่ควรนำมือไปจับหรือสัมผัสกับแนวปะการัง เนื่องจากปะการังบ้างชนิดนั้นเพียงเอามือไปจับหรือแตะเบาๆ ก็อาจตายได้ ดังนั้นเราไม่มีทางรู้ได้เลยว่าปะการังชนิดไหนบ้างที่เราสามารถจับหรือเหยียบได้ ทางที่ดีที่สุดคือ ห้ามจับ – ห้ามเหยียบ ถึงแม้จะเป็นการโดนเพียงนิดเดียวก็ตาม 2.ห้ามคิดหักปะการังนำไปเป็นของที่ระลึกเด็ดขาด หากใครศึกษาเรื่องปะการังจะทราบดีว่า ปะการังนั้นใช้เวลาในการสร้างตัวและเจริญเติบโตใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 100 ปี โดยเฉพาะปะการังที่มีขนาดใหญ่ จึงเป็นเรื่องที่ผิดอย่างร้ายแรงในการหักกิ่งหรือก้านของปะการังเพื่อสะสม 3.ทิ้งขยะลงบนทะเล การทิ้งขยะลงบนธรรมชาติเป็นเรื่องที่ผิดแน่นอน ดังนั้นไม่ว่าจะทิ้งลงที่ใดก็ตามไม่เพียงแต่แนวปะการังเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็น ผืนป่า, ทะเล, แม่น้ำลำคลอง ไปจนถึงถนนหนทาง ล้วนแล้วแต่เป็นการทำล้ายธรรมชาติทั้งสิ้น 4.ช่วยกันเป็นหูเป็นตาในการปกป้องแนวปะการัง การช่วยกันดูแลและเฝ้าสังเกตการณ์กระทำความผิดที่ส่งผลกระทบต่อแนวปะการังเป็นอีกหนึ่งวิธีที่สามารถช่วยกันได้อย่างดี เช่น การแจ้งเบาะแสคนที่กระทำความเสียหายต่อแนวปะการัง, หากพบเห็นการระเบิดปลาบริเวณแนวปะการังให้รีบแจ้งโดยทันที เป็นต้น 5.ช่วยกันดูแลและบอกต่อถึงความสำคัญของแนวปะการัง การช่วยกันดูแลแนวปะการังอีกสิ่งหนึ่งที่ทุกคนทำได้คือ การบอกเพื่อนหรือญาติพี่น้องที่มาด้วยกันถึงวิธีการดูแลปะการังได้ง่ายๆ หรือศึกษาถึงวิธีการต่างๆ ว่าปะการังนั้นสำคัญต่อระบบนิเวศทางทะเลมากน้อยเพียงใด ทั้งหมดนี้คือแนวทางปฏิบัติที่ง่ายดายและสามารถทำได้เมื่อมีโอกาสสัมผัสกับปะการังที่สวยงาม รับรองว่าหากนักท่องเที่ยวอย่างเราปฏิบัติตามวิธีทั้ง 5 ในข้างต้น อนาคตปะการังที่สวยงามก็ยังคงอยู่ไปจนถึงรุ่นลูกรุ่นหลานอย่างแน่นอน ถึงแม้ในวันนี้ปะการังกำลังได้รับผลกระทบจากการ 1.ท่องเที่ยว 2.การทำเศรษฐกิจ 3.หาปลา หรืออื่นๆ […]

กระบี่ ทะเลสวย ทรายขาว ปะการังงดงาม ต้องมาสัมผัสสักครั้งในชีวิต

หากถามถึงทะเลที่เหมาะแก่การไปเยือนสักครั้งในชีวิต “กระบี่” คือคำตอบแรกๆ เสมอ ตลอดชายฝั่งอันดามัน กระบี่ คืออีกมนต์เสน่ห์ที่น่าค้นหาและสร้างความประทับใจแก่นักทางเที่ยวทุกครั้งที่มาเที่ยว กระบี่มากด้วยเกาะน้อยใหญ่มากกว่า 100 เกาะ เป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ทะเลอันดามัน ด้วยความอุดมสมบูรณ์มากมายตั้งแต่ ภูเขา หมู่เกาะ และป่าชายเลน ห่างจากกรุงเทพเมืองหลวงของประเทศไทย 814 กิโลเมตร มีเนื้อที่กว้างขวางถึง 4,708 ตารางกิโลเมตร หมู่เกาะพีพี เกาะขึ้นชื่อประจำจังหวัดกระบี่ เป็นหนึ่งในหมู่เกาะประจำจังหวัดกระบี่ที่มากด้วยความสวยงามมากมาย เป็น 1 เกาะ ที่นักท่องเที่ยวมาเยือนกระบี่ต้องมาให้ได้ เกาะพีพีอยู่ห่างจากอำเภอเมือง 42 กิโลเมตร ได้สมญานามว่า “อาณาจักรแห่งบุปผาใต้สมุทร” เพราะนักท่องเที่ยวจะต้องดำน้ำลงไปดูปะการังที่มากมายและอุดมสมบูรณ์ที่สุดที่หนึ่ง พร้อมปลาทะเลนานาชนิดที่เต็มไปด้วยสีสันและความสวยงามอย่างเต็มเปี่ยม บนเกาะมากไปด้วยต้นไม้ทะเลอย่าง ต้นโกงกาง สระมรกต อีกหนึ่งสถานที่ที่พลาดไม่ได้เด็ดขาด สระมรกตสระน้ำใจกลางป่า เป็นน้ำที่มีต้นกำเนิดมาจากธารน้ำอุ่นตามผืนป่าที่ราบต่ำ น้ำใสเขียวดั่งมรกตเสมือนชื่อของมัน ด้วยความสวยใสนี้เองมันจึงสามารถดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยือนได้ตลอดเวลา อุณภูมิน้ำอยู่ที่ประมาณ 30 – 50 องศาเซลเซียส พร้อมึวามอุดมสมบูรณ์ของป่าโดยรอบที่จะเต็มไปด้วยพรรณไม้นานาชนิด ร่มรื่นเขียวชอุ่ม และนกที่หาชมได้ยาก ดังนั้นนักท่องเที่ยวทุกคนไม่ควรจะพลาดกับการไปยัง “สระมรกต” นี้

ดอยอินทนนท์ ความสวยงามบนยอดความสูงกว่า 2,565 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า “ดอยอินทนนท์” คือหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวตามธรรมชาติที่สวยงามที่สุดของประเทศไทย เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่นักเดินทางทุกคนทั้งคนไทยและคนต่างชาติอยากจะมาสัมผัสถึงความเป็นธรรมชาติของที่นี่ ด้วยอากาศที่เย็นชื่นใจตลอดปี พร้อมความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติที่หาได้ยากยิ่งในปัจจุบัน แต่ดอยอินทนนท์สามารถตอบโจทย์ได้อย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็นท่องเที่ยวแบบสบายๆ หรือจะแบกเป้ลุยๆ ก็ยังไหว นับว่าหากใครที่ไม่เคยมาสัมผัสกับบรรยากาศบนยอดดอยที่ขึ้นชื่อว่าสูงที่สุดในประเทศไทย ก็ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์กินพื้นที่มากกว่า 482.4 ตารางกิโลเมตร หรือคิดเป็น 301,500 ไร่ มากไปด้วยป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์กินพื้นไปตั้งแต่ อำเภอจอมทอง อำเภอแม่แจ่ม อำเภอดอยหล่อ และอำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ ตลอดเทือกเขาจะเต็มไปด้วยดอกไม้สวยงามนานาชนิด วิวทิวทัศน์ที่มองเห็นภูมิประเทศอย่างงดงาม ประกอบกับแม่น้ำหลายสายที่มีต้นกำเนิดจากดอยอินทนนท์มากมายถึง 8 สายด้วยกัน 1.แม่กลาง 2.แม่ป่าก่อ 3.แม่ปอน 4.แม่ยะ 5.แม่แจ่ม 6.แม่หอย 7.แม่ขาน 8.แม่ปิง โดยเฉพาะนำตกแม่ยะที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นน้ำตกที่สวยงามที่สุดประจำประเทศไทยเลยทีเดียว นอกจากนี้บนดอยอินทนนท์ยังมากไปด้วยโครงหลวงโดยเฉพาะ “โครงการหลวงอินทนนท์” ที่สนับสนุน ชาวเขาหันมาปลูกพืชและดำรงชีพด้วยการทำเกษตรกรรมแทนการค้าฝิ่น เช่น สวนกระบองเพชร สวนเฟิน และไม้ดอกไม้ประดับต่างๆ ประจำเมืองเหนือ สุดท้ายที่นักท่องเที่ยวจะพลาดไม่ได้เลยก็คือ พระธาตุภเมทนีดลและพระธาตุนภพลภูมิสิริ ที่กองทัพอากาศร่วมกับพสกนิกรทั่วประเทศไทย พร้อมใจสร้างเพื่อถวายแก่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2535 […]