อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ประวัติศาสตร์ที่ควรรู้

อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่นั่น ถือว่าเป็นอุทยานและผืนป่าแห่งสำคัญของประเทศไทยเลยก็ว่าได้ เนื่องจากมีพื้นที่ใหญ่มาก กินอาณาบริเวณ 11 อำเภอ 4 จังหวัดได้แก่ จังหวัดนครราชสีมา(โคราช), จังหวัดปราจีนบุรี, จังหวัดนครนายก, และจังหวัดสระบุรี แต่รู้หรือไม่ว่ากว่าจะมาเป็นผืนป่าใหญ่แบบนี้ได้นั้นมีเรื่องราวสำคัญเกิดขึ้นมากมาย อุทยานเคยเป็นแหล่งซ่องสุมมาก่อน ย้อนกลับไปเมื่อ พ.ศ. 2465 ตอนนั้นได้มีชาวบ้านบางส่วนขึ้นไปถางป่าเพื่อทำไร่ ไถนา และขอจัดตั้งเป็นตำบลเขาใหญ่ แต่การเดินทางในตอนนั้นยังไม่สะดวก อีกทั้งยังไกลหูไกลตาหน่วยงานของรัฐด้วย บวกกับพื้นที่กันดารเลยทำให้พื้นที่นี้กลายเป็นแหล่งซ่องสุ่ม กบดานของคนนอกกฎหมาย หรือ คนร้ายหนีคดีไป จนทำให้ภาครัฐต้องทำการกวาดล้างครั้งใหญ่จนปี พ.ศ. 2475 ทางการจึงปราบได้หมด พร้อมกับแก้ปัญหาระยะยาวด้วยการยุบตำบลเขาใหญ่ ลงแล้วนำผู้คนลงมาอยู่ด้านล่างแทนเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการซ่องสุ่มขึ้นอีก การป้องกันการบุกรุกป่าไม้ ปี พ.ศ. 2502 ผู้นำประเทศในขณะนั้นอย่าง จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ มีความเห็นว่าเขาใหญ่นั้นมีป่าไม้อันอุดมสมบูรณ์แต่ว่ากำลังจะถูกบุกรุกจากพวกตัดไม้ทำลายป่า อีกทั้งจะมีพวกถางป่าทำไร่อีก เพื่อป้องกันการทำลายป่าไม่ให้ลุกลามไปไกลกว่านี้ ท่านจึงได้มีแนวคิดให้พื้นที่เขาใหญ่เป็นอุทยานแห่งชาติ โดยมีการสำรวจพื้นที่และตราพระราชบัญญัติคุ้มครองเอาไว้ อุทยานแห่งชาติ แห่งแรก จากความพยายามของ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ทำให้การก่อตั้งอุทยานแห่งชาติแห่งแรกนี้สำเร็จจนได้ในปี พ.ศ. 2505 หลังจากได้เป็นอุทยานแห่งชาติแล้ว ทางการยังได้มีการตัดถนนเข้ามา คือ […]

ประวัติและสถานที่ท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติภูกระดึง (น้ำตกโผนพบ น้ำตกตาดฮ้อง น้ำตกวังกวาง ผานกแอ่น น้ำตกผาน้ำผ่าราชาแห่งป่าปิด)

มื่อนึกถึงช่วงเวลาที่อากาศหนาวคนไทยจำนวนมากก็มักจะนิยมขึ้นไปสัมผัสกับอากาศหนาวตามยอดภู ยอดดอย กันเป็นจำนวนมากนั่นเพราะว่าปกติแล้วอากาศของบ้านเราค่อนข้างร้อนอบอ้าวเพราะฉะนั้นนานๆ เมื่อมีโอกาสได้สัมผัสกับอากาศหนาวซักครั้งสถานที่เหล่านี้จึงได้รับความนิยมอย่างสูง เหมือนกับอุทยานแห่งชาติภูกระดึงที่มักจะได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเสมอเมื่อถึงช่วงเวลาอากาศหนาว รู้จักกับประวัติของอุทยานแห่งชาติภูกระดึง อุทยานแห่งชาติภูกระดึงหรือที่มักเรียกติดปากว่า ภูกระดึง ที่ถูกเรียกเช่นนี้ก็มาจากกว่าจะขึ้นไปถึงยอดดอยแห่งนี้ได้ต้องใช้การเดินเท้ากว่า 9 กม. เป็นการขึ้นเขา 5 กม. และทางราบอีก 3-4 กม. ที่ส่วนใหญ่มักจะเป็นคู่รักที่ขึ้นไปพิสูจน์ความรักที่มีให้กัน ว่ากันว่าใครที่พากันขึ้นไปจนถึงยอดภูกระดึงและดูแลช่วยเหลือกันอย่างดีจะเป็นคู่แท้ของกันและกัน แต่นอกจากนี้บรรดากลุ่มเพื่อนก็นิยมไปด้วยเช่นเดียวกัน เป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 2 ของไทย เป็นภูเขาหินทรายยอดตัดเป็นพื้นที่ราบราว 60 ตร.กม. สูง 400-1,200 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล จุดสูงสุดอยู่ที่บริเวณคอกเมย เป็นความสูง 1,316 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล มีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจมากมาย น้ำตกโผนพบ เป็นน้ำตกที่โผน กิ่งเพชร อดีตนักมวยแชมป์โลกคนแรกของไทยเป็นผู้ค้นพบสมัยขึ้นไปซ้อมมวยเพื่อให้ชินกับอากาศหนาว เกิดจากสายน้ำวังกวาง ไหลเป็นชั้นตามโขดหินเหมือนบันได มี 8 ขั้น สูง 30 เมตร เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ ตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้ที่พบ น้ำตกตาดฮ้อง เป็นน้ำตกชั้นเดียวสูงรา 45 เมตร กว้างราว 80 […]

ประวัติและสถานที่ท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติดอยภูคา (ถ้ำยอดวิมาน ถ้ำผาฆ้อง ถ้ำรวยสายไท ถ้ำผาแดง)

แม้จังหวัดน่านอาจไม่ใช่จังหวัดที่โดดเด่นหรือมีชื่อเสียงในเรื่องการท่องเที่ยวมากนัก แต่จริงๆ แล้วนี่คือจังหวัดที่มีสถานที่ท่องเที่ยวจากธรรมชาติมากมายให้เหล่าบรรดานักท่องเที่ยวทั้งหลายได้มีโอกาสไปสัมผัส ใครที่เป็นคนรักการท่องเที่ยวที่อยู่กับธรรมชาติเชื่อว่าจะต้องไม่พลาดอย่างแน่นอน ถ้าใครได้มีโอกาสไปยังน่านสถานที่หนึ่งที่ต้องห้ามพลาดก็คืออุทยานแห่งชาติดอยภูคา ซึ่งในอุทยานแห่งชาตินี้ก็ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ได้ให้สัมผัสกับธรรมชาติเช่นกัน รู้จักกับประวัติอุทยานแห่งชาติดอยภูคา อุทยานแห่งชาติดอยภูคามีการสันนิษฐานกันว่าแต่เดิมบริเวณนี้เคยเป็นทะเลมาก่อนแต่ได้มีการเคลื่อนตัวของสองแผ่นดินใต้ผืนทะเลเข้าหากันทำให้แผ่นดินบริเวณดังกล่าวโก่งตัวขึ้น น้ำทะเลก็ได้ระเหยไปใต้ดินเหลือแค่สินแร่เกลือเหมือนที่พบในอำเภอบ่อเกลือ ซึ่งยังมีอีกหลักฐานที่ยืนยันได้ดีนั่นคือ การค้นพบสุสานหอยทะเลอายุกว่า 200 ล้านปี ทำให้เชื่อมั่นได้ว่าแถวนี้เคยเป็นทะเลมาก่อนจริงๆ ปัจจุบันเป็นป่าหลากหลายประเภทรวมตัวกันอยู่ในพื้นที่แห่งนี้และยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกมากมาย ถ้ำยอดวิมาน จัดเป็นถ้ำที่มีความสวยงามตามชื่อเสียงของถ้ำอย่างแท้จริง เสมือนกับว่าถ้ำแห่งนี้มีชีวิตเนื่องจากว่าภายในยังคงมีหินงอกหินย้อยที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา ทำให้เวลาจะเดินเข้าไปต้องอาศัยความระมัดระวังซักเล็กน้อยเพื่อไม่ให้เป็นการหยุดการเจริญเติบโตของหินงอกหินย้อยเหล่านี้ แต่ขอบอกเลยว่างดงามสุดๆ ถ้ำผาฆ้อง จะอยู่บริเวณก่อนถึงอุทยานแห่งชาติดอยภูคาแต่ก็เป็นพื้นที่ใกล้เคียงกัน การเดินทางค่อนข้างลำบากนิดหน่อยเนื่องจากว่าต้องใช้การเดินเท้าเข้าไปราว 3 กม. แต่เมื่อเข้าไปแล้วจะได้สัมผัสกับบรรดาหินงอกหินย้อยภายในถ้ำที่สวยงามมากๆ เรียกได้ว่าจากที่เหนื่อยตอนเดินป่าเข้ามาหายไปเป็นปลิดทิ้งแน่นอน ถ้ำรวยสายไทย หรืออีกชื่อเรียกว่า ถ้ำหมา เป็นถ้ำที่มีขนาดใหญ่มาก ความยาวภายในบริเวณถ้ำราว 3.5 เมตร ภายในถ้ำจะเหมือนกับถูกแบ่งเอาไว้เป็นห้องต่างๆ อย่างสวยงามบางคนก็บอกว่าดั่งกับสรวงสวรรค์เลยก็ว่าได้ มีความระยิบระยับจากเหล่าบรรดาหินงอกหินย้อยทั้งหลายที่ให้ความสวยงามสุดๆ สำหรับทุกคนที่ได้มีโอกาสเข้าไปสัมผัส ถ้าผาแดง จัดเป็นถ้ำที่มีความยาวที่สุดในอุทยานแห่งชาติดอยภูคา ด้านในเต็มไปด้วยหินงอกหินย้อย ลำธารขนาดใหญ่ และสายน้ำตก อดีตเคยเป็นแหล่งหลบภัยของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย จึงถือว่าเป็นอีกสถานที่ที่น่าสนใจในการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ นอกจากนี้ยังพบร่องรอยการพักแรม ทั้งเตียงนอนทหาร เตียงนอนคนไข้ หลุมซ่อนอาวุธ และอื่นๆ เป็นที่น่าตื่นตาตื่นใจมาก

ประวัติและสถานที่ท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติกุยบุรี (จุดชมกระทิง จุดชมช้างป่า กิจกรรมดูนก)

จริงๆ แล้วการใช้ชีวิตระหว่างคนกับสัตว์คือสิ่งที่ยังคงเกื้อกูลกันอยู่เสมอมาตั้งแต่อดีตสู่ปัจจุบัน พื้นที่แห่งหนึ่งที่ในปัจจุบันเป็นตัวอย่างของการอยู่ร่วมกันระหว่างคนกับสัตว์ป่าได้เป็นอย่างดีก็คือพื้นที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี แต่กว่าที่จะเป็นแบบนี้ได้ในอดีตที่ผ่านมาพื้นที่บริเวณนี้ก็เคยเป็นพื้นที่ที่คนไปแย่งกับสัตว์ป่ามาก่อนจนเกือบจะทำให้สัตว์ป่าเหล่านี้ไม่มีที่อยู่อาศัยที่หากินกันเลยทีเดียว รู้จักกับประวัติของอุทยานแห่งชาติกุยบุรี อดีตพื้นที่บริเวณอุทยานแห่งชาติกุยบุรีเป็นพื้นที่ปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างคนกับสัตว์ป่าโดยเฉพาะในช่วงปี 2525-2528 เป็นช่วงที่คนปลูกไร่สับปะรดแล้วรุกคืบคลานเข้าไปในพื้นที่ป่าอย่างหนัก ขยายอาณาเขตเข้าไปยังเขตพื้นที่ป่าสงวนกุยบุรี พวกช้างป่าที่ขาดแคลนอาหารจากการบุกรุกของคนเราก็ออกจากป่ามาหากินสับปะรดตามไร่ของชาวบ้านแถมยังเกิดติดใจจนเปลี่ยนพฤติกรรมมาเลือกกินสับปะรดในไร่แทนทำเอาชาวบ้านหลายรายแทบหมดตัวทำให้เกิดเป็นปัญหาขึ้น มีช้างป่าถูกฆ่าตายมากมาย กระทั่งสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ได้ทรงพระราชทานแนวพระราชดำริเพื่อแก้ไขปัญหานี้จึงเป็นที่มาของ โครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพป่า บริเวณป่าสงวนแห่งชาติกุยบุรี อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เมื่อปี 2541 จากสิ่งเหล่านี้เองทำให้กลายเป็น กุยบุรีโมเดล ที่คนสามารถอยู่ร่วมกับสัตว์ป่าได้อย่างเข้าอกเข้าใจจนทุกวันนี้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจให้คนได้เข้ามาใกล้ชิดกับสัตว์ป่าจำนวนมากจากจุดชมสัตว์ป่าน้อยใหญ่เหล่านี้ จุดชมกระทิง จุดชมช้างป่า กิจกรรมดูนก ซึ่งบริเวณจุดที่จะชมสัตว์ป่าทั้ง 3 ประเภทนี้มีอยู่ 3 จุดหลักๆ ในอุทยานแห่งชาติกุยบุรีประกอบไปด้วย จุดโป่งสลัดได, จุดหน้าผา และจุดหน่วยป่ายาง เวลาเข้าไปจะต้องนั่งรถกระบะของทางเจ้าหน้าที่ที่ทางอุทยานฯ ได้มีการจัดเตรียมเส้นทางเอาไว้ซึ่งระหว่างทางเราจะสามารถพบเจอสัตว์ป่าออกมาหากินได้แบบใกล้ชิดสุดๆ จนมาถึงจุดแรกอย่าง จุดหน้าผาเป็นจุดชมกระทิงและช้างป่า ลักษณะเป็นหน้าผาเตี้ย มองออกไปเห็นเป็นแนวป่า ถัดไปเป็นทุ่งหญ้ากว้าง โอบล้อมด้วยแนวเขา จากนั้นก็มาที่จุดโป่งสลัดไดซึ่งเป็นจุดที่เต็มไปด้วยป่าแต่เป็นอีกจุดที่สามารถพบเจอกระทิงออกมาหาอาหารได้ง่าย หรือบางคนยังไม่หนำใจก็ให้พาไปยังจุดหน่วยป่ายางได้เช่นกัน นอกจากนี้ในทุกบริเวณที่เราไปสัมผัสจะมีนกสวยงามบินอยู่เบื้องบนให้ได้เก็บรูปไว้เป็นความทรงจำด้วย ถือว่าเป็นอีกสถานที่ที่มีคุณค่าทางธรรมชาติอย่างแท้จริง

ทุ่งดอกบัวตองดอยแม่อูคอ ความสวยงามที่งดงามบรรยากาศดี

จังหวัดแม่ฮ่องสอนถือเป็นอีกจังหวัดทางภาคเหนือที่ผู้คนจำนวนมากนิยมในการเดินทางมาเที่ยวช่วงฤดูหนาว ด้วยสภาพภูมิประเทศเป็นเทือกเขาอันสวยงามส่งผลให้สถานที่ท่องเที่ยวตามธรรมชาติ ช่วยดึงดูดบรรดานักท่องเที่ยวให้มายลโฉมกับสถานที่ต่างๆ ในเมืองสามหมอกนี้ไม่ขาดสาย หากพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมที่คนจำนวนมากรู้จักต้องมีชื่อของ ทุ่งดอกบัวตองดอยแม่อูคอ อยู่ด้วยอย่างไม่มีข้อสงสัย นี่คือความงดงามซึ่งหาไม่ได้ง่ายๆ ในเมืองไทย และควรค่ากับการเดินทางมาเที่ยวชมอย่างยิ่ง ทุ่งดอกบัวตองดอยแม่อูคอ งดงาม ประทับใจ จนต้องกลับไปอีกรอบ ทุ่งดอกบัวตองดอยแม่อูคอได้รับสมญานามให้เป็น ราชินีดอกไม้สีเหลืองแห่งขุนเขา ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการมาท่องเที่ยวคือราวเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนธันวาคมของทุกปี โดยต้องบอกเลยว่าดอกบัวตองจะเบ่งบานสะพรั่งให้ได้ชมความงดงามราว 40 วันเท่านั้น ซึ่งช่วงเวลาที่ว่าทางดอยแม่อูคอจะมีการจัดเทศกาลดอกบัวตองบานขึ้น หากใครได้เดินทางไปบอกได้คำเดียวว่าต้องประทับใจแน่นอน สำหรับทุ่งดอกบัวตองดอยแม่อูคอมีขนาดพื้นที่ครอบคลุมกว่าพันไร่ ทั้งหมดอยู่ในความรับผิดชอบของโครงการพัฒนาป่าไม้ที่สูง หน่วยที่ 5 กองอนุรักษ์ต้นน้ำ จุดน่าเที่ยวชมของสถานที่แห่งนี้คือนักท่องเที่ยวจะได้มีโอกาสสัมผัสความงดงาม ของดอกบัวตองทั่วทั้งบริเวณเรียกได้ว่ามองไปทางไหนก็เห็นแต่สีเหลืองอร่ามจนละสายตาไม่ได้ จะขึ้นไปยืนบนเนินสูงเพื่อชมวิวสุดลูกหูลูกตาของดอกบัวตองก็งดงาม จะยืนในระนาบใกล้เคียงกันเพื่อมองเห็นดอกบัวตองแบบพาโนรามาก็ประทับใจ บวกกับสภาพอากาศเย็นๆ ช่วยสร้างบรรยากาศดีๆ ให้การชมดอกบัวตองที่ดอยแม่อูคอให้งดงามยิ่งกว่าเดิมอีกหลายตัว นี่คือความมหัศจรรย์ที่ปีหนึ่งมีแค่ 40 วัน จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมควรต้องมายังสถานที่แห่งนี้ในจังหวัดแม่ฮ่องสอนให้จงได้ สำหรับการเดินทางมายังดอยแม่อูคอ สถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่ ณ หมู่ 6 ต.แม่อูคอ อ.ขุนยวม แม่ฮ่องสอน ให้ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 108 สายแม่ฮ่องสอน-ขุนยวม ขับมาเรื่อยๆ ก่อนถึงตัวอำเภอราว 1 กม. ให้เลี้ยวซ้ายมาตามทางหลวงหมายเลข 1263 […]

ดอยค้ำฟ้า เชียงใหม่ ไปกันยังถ้าได้ไปแล้วไม่อยากกลับ

ส่วนมากเวลาคนนึกถึงจังหวัดเชียงใหม่ก็มักนึกถึงแค่ดอยสุเทพ ดอยอินทนนท์ ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวชื่อเสียงโด่งดังของจังหวัดเชียงใหม่ แต่ในความเป็นจริงยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกหลายแห่งที่อยากแนะนำให้กับทุกๆ คนได้รู้จัก หนึ่งในสถานทีท่องเที่ยวซึ่งเวลานี้กำลังได้รับความนิยมอย่างมากก็คือ ดอยค้ำฟ้า เชื่อว่าทุกคนอาจไม่ค่อยคุ้นหูกับชื่อสถานที่แห่งนี้มากนัก แต่รับรองว่าหากใครมีโอกาสได้ไปสัมผัสจะต้องหลงรัก และ ชื่นชอบกับดอยค้ำฟ้าอย่างสุดหัวใจ ไปดอยค้ำฟ้า แล้วคุณจะรักไปอีกนาน สำหรับดอยค้ำฟ้าแห่งนี้ตั้งอยู่ในอำเภอเชียงดาวแบบเยื้องๆ ไปทางอำเภอเวียงแหง ด้วยเป็นพื้นที่ภายใต้การดูแลของหน่วยจัดการต้นน้ำแม่งาย ซึ่งหน่วยงานนี้อาจไม่ได้มีการนำเสนอ ไม่ได้มีความสะดวกสบายมากเหมือนกับสถานที่อื่นๆ นั่นทำให้คนทั่วไปไม่ได้รู้จักกันมากนัก ทว่าส่วนตัวเมื่อได้ลองเดินทางไปแล้วรู้สึกว่าหลงรัก และ ต้องมาอย่างยิ่งถ้าใครเป็นสายปีนดอยบนที่สูง การเดินทางมายังดอยค้ำฟ้าให้เดินทางจากถนนหมายเลข 107 เชียงใหม่-ฝาง ผ่านตัวเมืองเชียงดาว พอเจอแยกอำเภอเวียงแหงเลี้ยวซ้ายแล้วขับต่อไปราว 26 กม. เป็นเส้นทางคดเคี้ยวบวกด้วยความลาดชันนิดหน่อย แต่ยังดีที่ถนนลาดยางเลยทำให้ไปกันง่าย พอถึงจุดปากทางขึ้นต้องเป็นรถออฟโร้ดเท่านั้นแนะนำให้ใช้บริการของเจ้าหน้าที่ปลอดภัยสุด จากทางขึ้นถึงจุดพักแรมใช้เวลาราว 45 นาทีทั้งที่ระยะทางแค่ 8 กม. คงเห็นว่ามันลำบากขนาดไหน ที่ได้ติดต่อกันไว้คือฝากรถด้านล่างแล้วรวมค่าชมดอกพญาเสือโคร่งรวม 2 วัน 1 คืน ด้านบนนี้มีที่พักนักท่องเที่ยวแค่หลังเดียว 3 ห้องนอน ใช้ไฟฟ้าได้แค่ 6 โมง ถึง 3 ทุ่ม เตรียมอาหาร และน้ำขึ้นมาเอง มีการจำกัดให้ค้างคืนได้แค่ […]

ประวัติและสถานที่ท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติเอราวัณ (ถ้ำพระธาตุ ถ้ำวังบาดาล)

ด้วยพื้นที่ของจังหวัดกาญจนบุรีส่วนมากเป็นพื้นที่ป่าเขาทำให้สถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดนี้มักเป็นพวกน้ำตก ถ้ำ ป่าเขา เสียเป็นส่วนใหญ่ เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่รักการท่องเที่ยวในรูปแบบของการผจญภัยเป็นอย่างมาก สังเกตได้จากการเดินทางเวลาเข้าไปตามสถานที่ต่างๆ เหล่านี้จะค่อนข้างสมบุกสมบันและมักจะได้รับความทรงจำดีๆ จากนักท่องเที่ยวกลับมาอยู่เสมอ ทำให้กาญจนบุรีเป็นอีกจังหวัดที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อยหลงรัก อีกสถานที่หนึ่งที่มีชื่อเสียงและได้รับความนิยมอย่างมากก็คือพื้นที่บริเวณอุทยานแห่งชาติเอราวัณอุทยานแห่งชาติชื่อดังที่ใครก็ต้องรู้จัก ทำความรู้จักกับประวัติของอุทยานแห่งชาติเอราวัณ อุทยานแห่งชาติเอราวัณมีชื่อเดิมว่า อุทยานแห่งชาติเขาสลอบ ถูกประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2518 ก่อนจะมีการเปลี่ยนชื่อเป็นเอราวัณเนื่องจากชั้นบนสุดของน้ำตกในอุทยานแห่งชาตินี้มีลักษณะคล้ายกับหัวของช้างเอราวัณ ทั้งอาณาเขตที่กว้างใหญ่ไพศาลเต็มไปด้วยหน้าผา ภูเขาสูง น้ำตก ถ้ำ และความงดงามตามธรรมชาติอีกมากมายนอกจากนี้การเดินทางเข้ามาก็ไม่ได้ยากเย็นอะไรนักทำให้สถานที่แห่งนี้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ถูกใจนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ตัวน้ำตกเอราวัณถือเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวต้องเดินทางกันเข้ามามากที่สุด ห่างจากตัวเมืองราว 65 กม. เป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงความยาว 1,500 เมตร ต้นน้ำเกิดมาจากลำห้วยม่องไหลลงจากยอดผาสูงถูกแบ่งออกเป็น 7 ชั้น ทุกๆ ชั้นจะมีแอ่งน้ำที่สามารถลงเล่นน้ำได้ มีความร่มรื่นด้วยต้นไม้นานาชนิดโอบล้อม นอกจากนี้ยังมีเส้นทางเดินสำรวจศึกษาธรรมชาติระยะทาง 1,060 เมตร ใช้เวลา 30 นาที นอกจากนี้ภายในอุทยานแห่งชาติเอราวัณยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ที่น่าสนใจดังนี้ ถ้ำพระธาตุ เป็นถ้ำที่มีความมืดขนาดใหญ่ สูงจากระดับน้ำทะเลราว 790 เมตร ห่างจากบริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติ 12 กิโลเมตร ทางเข้าถ้ำห่างจากแยกเขื่อนศรีนครินทร์เลียบแนวเขื่อน 7 กม. […]

ประวัติและสถานที่ท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า (ภูแผงม้า ผาชูธง ภูลมโล)

การเปลี่ยนเช้าวันหยุดให้เป็นวันผจญภัยแสนพิเศษคงเป็นอะไรที่จะช่วยทำให้ความสนุกสนานต่างๆ เกิดขึ้นมาในชีวิตอีกมากมายเลยทีเดียว แค่เราลองเปลี่ยนอิริยาบถจากการนอนเล่นอยู่ในห้องนอนเย็นๆ มาเป็นการเดินสูดรับอากาศบริสุทธิ์ภายใต้ธรรมชาติอันเขียวขจีสักแห่งในประเทศไทยก็คงเป็นอะไรที่ทำให้ชีวิตมีมุมมองดีๆ ขึ้นอีกมากมาย และหากใครที่กำลังมองหาสถานที่เหล่านั้นอยู่ อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้าก็จะเป็นอีกสถานที่หนึ่งที่พร้อมต้อนรับทุกคนภายใต้ธรรมชาติอันแสนงดงาม รู้จักประวัติของอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้าเป็นแนวเทือกเขาที่มีความสลับซับซ้อนตั้งอยู่บริเวณรอยต่อของ 3 จังหวัด ประกอบไปด้วย อ.นครไทย จ.พิษณุโลก, อ.ด่านซ้าย จ.เลย และ อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ ยอดเขาที่สำคัญบนอุทยานแห่งชาติที่นี่ก็มีหลายๆ ที่ดังจะได้แนะนำกันต่อไป สำหรับยอดที่สูงที่สุดชื่อว่า ภูหมันขาว มีความสูง 1,820 เมตรจากระดับน้ำทะเล ในอดีตสถานที่แห่งนี้เคยเป็นสถานที่แห่งการสู้รบประมาณช่วงปี 2511 – 2525 ในยุคนั้นนอกจากพื้นที่บริเวณนี้จะเป็นป่ารกชัฏยังถือเป็นพื้นที่สีแดงที่มีแต่ความตายปกคลุมไปทั่วบริเวณจากการสู้รบของคน 2 กลุ่มนั่นคือ พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย กับ ฝ่ายความมั่นคง แม้ตอนสุดท้ายจะไม่รู้ผลแพ้ชนะ เพราะฝ่ายความมั่นคงได้ประกาศให้ใช้การเมืองนำทหาร ซึ่งถือเป็นการเปิดโอกาสให้เหล่านักศึกษาที่หนีกลับคืนสู่ตัวเมืองเพื่อช่วยกันพัฒนาประเทศอีกครั้ง ก่อนจะได้รับการประกาศให้เป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 48 ของประเทศไทย ซึ่งภายในอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้านี้ยังมีสถานที่น่าสนใจอีกมากมาย ภูแผงม้า หากมาทาง อ.หล่มสัก จากด่านเก็บเงินแค่ 500 เมตร หลักกิโลที่ 18 ก็จะพบกับทางเข้า ภูแผงม้า ถือว่าเป็นจุดชมวิวที่ได้รับความนิยมในการมาชมพระอาทิตย์ขึ้นและตกเป็นอย่างมาก มีความสูง […]

เชิญชวนเข้าร่วมโครงการ ช่วยกันปลูกป่าช่วยชาติ

ป่าไม้ถือเป็นสิ่งที่ล้ำค่าที่สุดอันดับต้นๆ ของโลกใบนี้เลยก็ว่าได้ โดยเฉพาะในประเทศไทยที่ถือว่าเป็นพื้นที่ที่ค่อนข้างจะอุดมสมบูรณ์อย่างมากทั้งจากพืชพันธุ์ต่างๆ และป่าเขา ต้นไม้ ลำธาร เรียกว่าหลายๆ ประเทศต่างก็อิจฉาคนไทยอย่างมากที่มีทรัพยากรในด้านต่างๆ ครบครันขนาดนี้ แต่ด้วยความครบครันที่ว่านี้เองมันก็เหมือนกับเป็นดาบสองคมที่ทำให้คนไทยซึ่งไม่ได้ใส่ใจกับความอุดมสมบูรณ์ตรงนี้เลือกที่จะใช้ประโยชน์จากป่าไม้แบบผิดๆ โดยที่ไม่สนว่าใครจะได้รับผลกระทบบ้าง การตัดไม้ทำลายป่าได้เริ่มขึ้น การล่าสัตว์ป่าได้เกิดขึ้น รวมไปถึงการแผ้วถางป่าเพื่อใช้ในการทำประโยชน์ส่วนตัวอื่นๆ สิ่งเหล่านี้นับได้ว่าเป็นสิ่งที่ทำลายป่าไม้ในประเทศไทยให้หายไปได้ภายในชั่วพริบตาจริงๆ จึงไม่แปลกที่ทุกวันนี้เรามักจะเห็นว่าประเทศไทยเวลามีฝนตกหนักก็มักจะเกิดปัญหาน้ำท่วมหรือน้ำป่าไหลหลาก เนื่องจากว่าไม่มีต้นไม้ที่คอยชะลอและกักเก็บมวลน้ำที่ไหลลงมาสู่ผืนดิน ยังไม่รวมไปถึงสภาวะต่างๆ ที่อาจจะมองไม่เห็น อาทิ ภาวะเรือนกระจกที่โลกนั้นร้อนขึ้นทุกวันจากการที่ไม่มีต้นไม้ค่อยผลิตออกซิเจน และปัญหาอื่นๆ อีกมากมายที่สร้างผลกระทบให้กับมนุษย์ผู้ที่อยู่อาศัยบนโลกใบนี้ หากคุณเองเป็นคนหนึ่งที่กำลังคิดว่ายังต้องการที่จะอยู่บนโลกด้วยอากาศบริสุทธิ์ต่อไปมันจึงถือเวลาแล้วที่เราทุกคนจำเป็นต้องร่วมมือกันเพื่อทำให้ป่าไม้ของไทยกลับมาเป็นป่าที่มีความเขียวขจีเหมือนเดิม การเริ่มต้นที่ง่ายที่สุดก็คือว่าการลองเข้าร่วมโครงการอย่าง ช่วยกันปลูกป่าช่วยชาติ ดู เพียงแค่ต้นกล้าเล็กๆ คนละต้นในอนาคตมันจะกลายเป็นต้นไม้ขนาดใหญ่ที่คอยบดบังร่มเงาให้กับผู้ที่ต้องการ คอยป้องกันน้ำป่าที่ไหลลงมาเพื่อเตรียมทำร้ายคนด้านล่าง เพราะถ้าเราไม่เริ่มตั้งแต่วันนี้ก็ยังไม่รู้เหมือนกันว่าจะเริ่มต้นได้เมื่อไหร่ หรือบางทีอาจจะไม่มีวันนั้นเลยก็เป็นฯได้เช่นเดียวกัน การอยู่ร่วมกับธรรมชาติถือว่าเป็นสิ่งที่ควรกระทำสำหรับทุกๆ คน และอะไรที่สามารถช่วยให้ธรรมชาติกลับมามีความงดงามและมีประโยชน์ต่อส่วนรวมดังเดิมอีกก็ควรจะทำ   ลองนึกภาพไปให้ไกลมากๆ หากวันใดวันหนึ่งประเทศไทยหมดซึ่งป่าไม้ขึ้นมา เมื่อนั้นเราๆ ท่านๆ เองก็คงจะยืนอยู่ต่อไปไม่ได้อย่างแน่นอน การร่วมมือกันคนละเล็กคนละน้อยถือว่าเป็นการสร้างอายุให้กับประเทศไทย ให้กับโลก และให้กับตัวเราเองที่จะได้อยู่สูดอากาศบริสุทธิ์กันต่อไปในอนาคต